ส่องวิวัฒนาการของพิซซ่า จากแผ่นแป้งโบราณสู่ความหลากหลายระดับท้องถิ่น
พิซซ่าในปัจจุบันคืออาหารจานด่วนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก แต่เส้นทางที่นำมาสู่ความสำเร็จนี้กินเวลายาวนานนับพันปี ไม่ใช่การคิดค้นโดยใครคนใดคนหนึ่งในวันใดวันหนึ่ง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่แผ่นแป้งธรรมดาในยุคโบราณ สู่ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในยุคปัจจุบัน
รากฐานโบราณ: แผ่นแป้งและอารยธรรมแรกเริ่ม
หากนิยามพิซซ่าว่าเป็น “แป้งแผ่นที่ใส่หน้า” รากฐานของมันอาจย้อนไปถึงยุคหินใหม่ ราว 7,000 ปีก่อน มีการค้นพบหลักฐานการอบขนมปังในแคว้นซาร์ดิเนีย และในอียิปต์เมื่อ 2,200 ปีก่อนคริสตกาล มีการโรยหน้าด้วยส่วนผสมที่เรียกว่า “ดุกกา”
อารยธรรมโบราณรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนต่างก็มีแผ่นแป้งในแบบฉบับของตนเอง:
| อารยธรรม | อาหาร | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|
| ชาวกรีก | พลาคูส (Plakous) | แป้งแผ่นราดหน้าด้วยชีส, หัวหอม, กระเทียม |
| ชาวโรมัน | พานิส โฟคาเชียส (Panis Focacius) | ต้นกำเนิดของโฟกัชชา |
| ชาวเปอร์เซีย | แผ่นแป้งบนโล่ | อบแป้งบนโล่และโรยหน้าด้วยชีสกับอินทผลัม (500 ปีก่อนคริสตกาล) |
ในมหากาพย์ Aeneid ของเวอร์จิลเมื่อ 19 ปีก่อนคริสตกาล มีการกล่าวถึงทหารที่ใช้แผ่นแป้งเป็นจานรองอาหาร โรยหน้าด้วยเห็ดและสมุนไพร แล้วเคี้ยวกินทั้งแผ่น นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นแนวคิดของ “แป้งแผ่นที่กินได้ทั้งแผ่น” ที่มีมาอย่างยาวนาน
คำว่า “พิซซ่า” ถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกในปี ค.ศ. 997 ในเมืองกาเอตา ประเทศอิตาลี
กำเนิดพิซซ่าสมัยใหม่: เนเปิลส์และมะเขือเทศ
องค์ประกอบสำคัญที่เปลี่ยนแผ่นแป้งให้กลายเป็นพิซซ่าที่เรารู้จักในทุกวันนี้คือ มะเขือเทศ ซึ่งถูกนำเข้ามายังยุโรปจากทวีปอเมริกาในศตวรรษที่ 16 ในช่วงแรกถูกมองว่าเป็นพิษ แต่ชาวเนเปิลส์ผู้ยากจนนำมันมาใช้เป็นส่วนผสมบนแป้งแผ่น
เนเปิลส์ในศตวรรษที่ 18 เป็นเมืองที่มีประชากรแออัดและยากจนข้นแค้น ชนชั้นแรงงานต้องการอาหารที่ราคาถูกและกินได้ง่าย แผ่นแป้งหน้าเครื่องเทศราคาถูกจึงกลายเป็นอาหารหลักของชาวเมือง
พิซซ่าในยุคแรกขายโดยพ่อค้าริมถนน ไม่ใช่ในร้านอาหาร และถูกดูถูกจากชนชั้นสูง ซามูเอล มอร์ส ผู้ประดิษฐ์โทรเลข เคยบรรยายพิซซ่าในปี 1831 ว่าเป็น “เค้กที่น่ารังเกียจที่สุด”
การยอมรับจากราชวงศ์และร้านพิซซ่าแห่งแรก
ร้านพิซซ่าแห่งแรกเปิดในปี 1830 ที่เมืองเนเปิลส์ (Antica Pizzeria Port’Alba)
จุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เกิดขึ้นในปี 1889 เมื่อราชินีมาร์เกอริตาแห่งอิตาลีเสด็จเยือนเนเปิลส์ ราฟฟาเอเล เอสโปซิโต พ่อครัวจากร้าน Pizzeria Brandi ทำพิซซ่า 3 แบบให้พระราชินีทรงชิม โดยแบบที่ 3 มีส่วนผสมของ มะเขือเทศสีแดง มอสซาเรลลาสีขาว และใบโหระพาสีเขียว ซึ่งเป็นสีของธงชาติอิตาลี
พระราชินีทรงโปรดปรานพิซซ่านี้มาก จึงถูกตั้งชื่อว่า “พิซซ่ามาร์เกอริตา” การยอมรับจากราชวงศ์เปลี่ยนสถานะของพิซซ่าไปตลอดกาล จากอาหารของคนจนกลายเป็นอาหารประจำชาติอิตาลี
การเดินทางข้ามมหาสมุทร: พิซซ่าในอเมริกา
ในปี 1905 เกนนาโร ลอมบาร์ดี เปิดร้านพิซซ่าแห่งแรกในนิวยอร์กซิตี้ ในช่วงแรกพิซซ่าถูกบริโภคในชุมชนชาวอิตาลีเท่านั้น
สงครามโลกครั้งที่สอง: จุดเปลี่ยนระดับโลก
ทหารอเมริกันกว่า 150,000 นายที่ประจำการในอิตาลีได้ลิ้มรสพิซซ่าและหลงรัก เมื่อสงครามสิ้นสุด ความทรงจำเกี่ยวกับพิซซ่ายังคงติดตัวพวกเขา ดีมานด์ออริกาโนเพิ่มขึ้นถึง 5,000% ระหว่างปี 1948 ถึง 1956
การพัฒนาทางเทคโนโลยี จากไอรา เนวิน ทหารผ่านศึกที่กลับมาจากอิตาลี ได้ออกแบบเตาอบพิซซ่าแบบใช้แก๊ส ช่วยให้ร้านอาหารสามารถทำพิซซ่าได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเตาถ่านหรือฟืนที่ควบคุมยาก
ยุคอุตสาหกรรมและความหลากหลาย
ปี 1950 เป็นต้นมา บริษัทพิซซ่าเชนอย่าง Pizza Hut (1958), Little Caesar’s (1959) และ Domino’s (1960) ถือกำเนิดขึ้น พิซซ่าแช่แข็ง และ ระบบส่งพิซซ่า กลายเป็นมาตรฐานของอาหารจานด่วน
ความหลากหลายของสไตล์พิซซ่าในอเมริกา :
- นิวยอร์กสไตล์: แผ่นบาง กรอบขอบนอก พับได้
- ชิคาโกดีพดิช: แป้งหนาลึก คล้ายพาย อบในถาด
- ดีทรอยต์สไตล์: แป้งหนา กรอบ อบในถาดเหล็ก
- นิวเฮเวนสไตล์: (Apizza) แผ่นบาง ชุ่ม รอยไหม้เกรียม
- แคลิฟอร์เนียสไตล์: ท็อปปิ้งแปลกใหม่ (ยุค 1980)
- แกรนด์มาพิซซ่า: แป้งบางกรอบ อบในถาด
- ซิซิลีสไตล์: แผ่นหนารูปสี่เหลี่ยม
ความแปลกใหม่ระดับโลก พิซซ่าปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น: พิซซ่าฮาวาย (แคนาดา), พิซซ่าอินเดียน (โปแลนด์), เอลวิส พิซซ่า (ญี่ปุ่น)
